วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

Money Laundering การฟอกเงิน

Money Laundering การฟอกเงิน

10 แหล่งใหญ่รองรับการฟอกเงิน
สถานที่ระดับโลกที่รองรับการฟอกเงินจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกเท่าที่ปรากฎมี 10 แห่งคือ
แหล่งที่ 1 ธนาคารประเทศสวิตเซอร์แลนด์เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีกฎหมายคุ้มครองความลับของลูกค้าอย่างเข้มงวด แต่ทั้งนี้ ถ้าธนาคารเห็นว่ามีการร้องขอจากรัฐบาล ว่าแหล่งที่มาของเงินเป็นแหล่งที่ไม่ชอบมาพากล ก็จะเปิดเผยที่มาของเงินให้ทราบได้
แหล่งที่ 2. สถาบันการเงินในหมู่เกาะแคริเบียนหมู่เกาะเหล่านี้มีทั้งเคยเป็นและยังเป็นอาณานิคมของประเทศทางยุโรป ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสเปน มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก แต่เนื่องจากระยะหลังผลิตผลทางการเกษตรตกต่ำ ขายไม่ได้ราคา รวมทั้งเป็นสถานที่อยู่ใกล้กับแหล่งเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก คือ สหรัฐอเมริกา จึงเปลี่ยนมาเป็นแหล่งบริการฟอกเงิน
แหล่งที่ 3. ประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปที่ไม่มีรายได้หลักที่แน่นอนการฟอกเงินของประเทศแถบนี้บางครั้งถูกกฎหมาย เพียงแต่ปิดบังแหล่งที่มาของผู้ฝาก และจำนวนเงินเท่านั้น ไม่ได้เป็นการฟอกเงินอย่างจริงจัง แต่เป็นเพราะว่าประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมาก จนไม่สามารถหาทางเศรษฐกิจจากแหล่งอื่น ๆ มาบำรุงประเทศได้อย่างพอเพียง จึงใช้วิธีการเป็นสถานที่ฟอกเงินจากแหล่งต่าง ๆ เช่น เงินจากการพนัน เงินรายได้จากบริษัทจดทะเบียนที่หนีภาษี เป็นต้น ประเภทต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่ โมนาโค ไซบีเรีย เป็นต้น
แหล่งที่ 4 ประเทศแถบศูนย์กลางการเงินประเทศต่าง ๆ บริเวณศูนย์กลางการเงิน เช่น ในแปซิฟิคตอนใต้ มีหมู่เกาะสำหรับบริการเงินที่ต้องฟอกจากเอเชียและออสเตเรีย ทางยุโรปมีเกาะเล็ก ๆ หลายแห่งที่อยู่นอกเกาะฝรั่งเศส หรืออังกฤษที่เรียกว่าเกาะไอร์ออฟแมน เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนบางเกาะ หรือประเทศที่มีฐานะเป็นอิสระ บางประเทศที่เดิมเป็นอาณานิคม เช่น ยิบรอลตา มอลตา และประเทศตามหมู่เกาะใหญ่น้อยต่าง ๆ
แหล่งที่ 5 บ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายแหล่งการพนันส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาตามแหล่งที่ไม่สามาถพัฒนาสถานที่นั้น ให้มีความเจริญทางเศรษฐกิจจากทางอื่น หรือเป็นสถานที่ที่เคยมีเศรษฐกิจซบเซาเนื่องจากผู้คนมีความนิยมเปลี่ยนไป ซึ่งแหล่งการพนันจะเป็นแหล่งที่ล้างเงินให้ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย
แหล่งที่ 6 ตลาดหุ้นเป็นแหล่งที่เงินเปลี่ยนมือได้มาก และผู้ลงทุนไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับผู้ซื้อหรือผู้ขาย เพราะหุ้นเป็นตราสารการเงินที่เปลี่ยนมือได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ช่วงที่ตลาดหุ้นมีการค้าขายมากสามาถทำการฟอกเงินโดยการซื้อขายหุ้นได้เป็นจำนวนมหาศาล หรือตลาดหุ้นที่มีลักษณะการซื้อขายที่เก็งกำไรก็จะมีช่องทางให้เกิดการฟอกเงินได้เช่นกัน
แหล่งที่ 7 การค้าที่ดินที่ดินเป็นทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ถึงจะช้าแต่มีปริมาณมากและเป็นที่นิยมของสถาบันการเงินในประเทศที่ยังไม่ค่อยพัฒนา เพราะที่ดินเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้และไม่สามารถขโมยได้ จึงมีการซื้อขายเปลี่ยนมือเป็นจำนวนมาก และราคาซื้อขายจะขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายเป็นสำคัญ ดังนั้นวิธีที่จะให้ประโยชน์ซึ่งกันและกันโดยการซื้อขายที่ดินในราคามิตรภาพ หรือการให้ค่านายหน้าซื้อขายที่ดินก็เป็นกระบวนการฟอกเงินอันหนึ่งเช่นกัน
แหล่งที่ 8 สินทรัพย์มีค่าทุกชนิดแหล่งฟอกเงินแหล่งนี้ได้แก่ สังหาริมทรัพย์มีค่า เช่น อัญมณีต่าง ๆ ซึ่งจะมีการซื้อขาย ให้แก่กันในราคามิตรภาพ หรือการให้ด้วยสินน้ำใจอันเป็นสาเหตุแห่งการคอรัปชั่นและเป็นที่มาของการฟอกเงินต่อไป
แหล่งที่ 9 การเปลี่ยนเป็นเงินสกุลอื่นปัจจุบันมีประเทศที่เปิดเสรีด้านการเงินมากขึ้น ทำให้การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นไปอย่างลำบาก ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อส่งไปยังต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้นและมีจำนวนมากกว่าแต่ก่อน ประกอบกับการบริการสมัยใหม่ เช่น การใช้บัตรเครดิตเป็นเงินสดในอีกประเทศหนึ่ง นับเป็นกลไลอีกอันหนึ่งของการฟอกเงิน
แหล่งที่ 10 การฟอกเงินโดยให้ผู้อื่นถือสินทรัพย์และรับเงินแทนเป็นการมอบสินทรัพย์ให้ผู้ไว้ใจซึ่งไม่ใช่ญาติ พี่ น้อง ดูแล โดยมิได้ทำนิติกรรมใด ๆ ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ เมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตลงอย่างกระทันหันและมิได้กระทำการใด ๆ ไว้ล่วงหน้า เงินจำนวนนั้นจะถูกนำมาฟอกให้กลายเป็นเงินที่ถูกต้องเป็นของตนต่อไป
การธนาคารของสหรัฐ: มุมมองของวงการอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการฟอกเงิน

โดย แอนน์ ที.วิทัลลี
แอนน์ วิทัลลี อดีตกรรมการผู้จัดการและรองที่ปรึกษาใหญ่ของธนาคาร Republic National Bank of New York ซึ่งเป็นที่ๆ เธอดูแลโครงการต่อต้านการฟอกเงินของโลกกล่าวว่า "ธนาคารของสหรัฐดำเนิน โครงการอย่างแข็งขันเพื่อป้องกันไม่ให้ธนาคารของตนตกเป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน"
วิทัลลีกล่าวว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของโครงการนี้ก็คือการแสดงออกถึงความ มุ่งมั่น ของผู้บริหารระดับสูง
มาตรการต่างๆ ที่ธนาคารของสหรัฐใช้เพื่อป้องกันการฟอกเงินนั้นไม่ได้เป็นเพียง การทำตามกฎระเบียบเท่านั้น แต่เป็นการป้องกันผลประโยชน์ของตนเองด้วย สถาบันการเงินทุกแห่ง ทั้งที่เป็นธนาคาร และไม่ใช่ธนาคารอาจตกเป็นเครื่องมือของการฟอกเงินได้ทั้งสิ้น ธนาคารได้เป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการ เพื่อป้องกันการฟอกเงินและทำให้สามารถระบุ ชี้เมื่อมีการฟอกเงินเกิดขึ้น ซึ่งสถาบันทางการเงินอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธนาคารควรปฏิบัติตาม การฟอกเงินก็เหมือนกับการกระทำที่ผิดกฎหมายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อฉล การผลิตสินค้าปลอม การค้ายาเสพติด และคอร์รัปชั่น ซึ่งล้วนแต่ทำลายชื่อเสียงและสถานภาพของสถาบันการเงิน ธนาคารที่ถูกเจ้าหน้าที่กำกับดูแล หน่วยงานปราบปราม หรือสื่อมวลชน กล่าวหาว่าฟอกเงิน ต้องประสบปัญหาางด้านชื่อเสียงอย่างร้ายแรง
ดังนั้น ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารของสหรัฐจึงได้พัฒนาโครงการแบบเบ็ดเสร็จขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้กิจกรรมของตนตกเป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน
ในการดำเนินกระบวนการต่อต้านการฟอกเงินที่มีประสิทธิผล ธนาคารจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการ ในการฟอกเงินเสียก่อน โดยหลักแล้ว กระบวนการฟอกเงินมี 3 ขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนก็ เกี่ยวข้องกับ การปฏิสัมพันธ์กับสถาบันทางการเงิน ขั้นตอนเหล่านี้ได้แก่
-- การหาที่เก็บเงิน หมายถึงการนำเงินสดที่ได้จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายไปเก็บไว้
-- การแยกเงิน หมายถึงการแยกเงินรายได้ที่ผิดกฎหมายออกจากแหล่งที่มา ด้วยการทำ ธุรกรรม ทางการเงินที่มี ขั้นตอนซับซ้อนเพื่อทำให้ยากแก่การตรวจสอบ และปิดบังแหล่งที่มาของเงิน และชื่อเจ้าของไว้เป็นความลับ
-- การรวมเงิน หมายถึงการนำเงินที่ฟอกแล้วกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ด้วยวิธีการที่ทำให้ดู เหมือนเป็นเงินที่ได้จากกิจกรรมที่ถูกกฎหมาย
หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายและผู้กำกับดูแลธนาคารกำหนดให้สถาบัน การเงินต้องดำเนินมาตรการป้องกันการทำธุรกรรมที่น่าสงสัยที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอน ที่กล่าวมาแล้วนี้และให้รายงานให้หน่วยงานดังกล่าวทราบ ธนาคารสหรัฐพยายามใช้ความรอบคอบเพื่อ ป้องกันไม่ให้ธนาคารของตนตกเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม
การที่ธนาคารใช้ความรอบคอบทำให้ธนาคารสามารถปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่มีอยู่ และลดโอกาสที่ธนาคารจะตกเป็นเหยื่อของการฟอกเงิน หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ ยิ่งกว่า นั้น การใช้ความรอบคอบยังทำให้ธนาคารสามารถปกป้องชื่อเสียงที่ดีของธนาคารเอาไว้ โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างธนาคารกับลูกค้า
ตามปกติ ธนาคารของสหรัฐจะดำเนินขั้นตอนต่างๆ ในการพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนเมื่อลูกค้า เปิดบัญชี และจับตาดูการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านบัญชีดังกล่าว ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายโดยย่อว่า โครงการปราบปรามการฟอกเงินที่ประสบความสำเร็จต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง
ขั้นตอนการระบุตัวเจ้าของบัญชี: ธนาคารต้องจัดทำขั้นตอนที่สมบูรณ์และดำเนินตามขั้นตอน เหล่านั้นในการเปิดบัญชี การติดต่อกับลูกค้าในเรื่องการปล่อยกู้และเรื่องอื่นๆ และการทำธุรกรรมกับลูกค้าที่ไม่ได้มีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ธนาคารต้องทราบตัวตน ที่แท้จริง ของลูกค้าที่ขอใช้บริการของธนาคาร และต้องมีการตรวจสอบตัวตนของคนเหล่านี้ เพื่อป้องกันการเปิดบัญชีสำหรับบุคคลที่ไม่มีตัวตน
นอกจากนี้ ธนาคารต้องทราบว่าลูกค้าทำธุรกิจหรือประกอบอาชีพอะไร และรายได้ ความมั่งคั่งหรือ ทรัพย์สิน ของลูกค้าได้มาทางใด และต้องทราบแหล่งที่มาของเงินที่นำมาทำธุรกรรมที่ธนาคาร ธนาคารควรสังเกตจุดประสงค์ในการเปิดบัญชีของลูกค้า และสังเกตว่าลูกค้าชอบทำธุรกรรมประเภทใด ตามปกติ ในการเปิดบัญชีให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่ของธนาคารควรทราบว่าควรจัดลูกค้าอยู่ ในประเภทความเสี่ยงสูงซึ่งธนาคารจำเป็นต้องจับตาดูมากขึ้นหรือไม่
ขั้นตอนในการสอดส่อง: ธนาคารต้องมีระบบภายในเพื่อระบุชี้และสอดส่อง การทำธุรกรรมทางการเงิน ที่น่าสงสัย กิจกรรมที่น่าสงสัยได้แก่ การทำธุรกรรมซึ่งไม่สามารถระบุว่า เป็นไปเพื่อกิจกรรม ที่ถูกกฎหมายอะไร นอกจากนี้ยังรวมถึงธุรกรรมที่อยู่นอกเหนือขอบเขตหน้าที่ของธนาคาร สิ่งที่ควรสังเกต ก็คือ การที่ธนาคารต้องให้บริการแก่การทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน จึงไม่สามารถสอดส่องการทำธุรกรรมทุกครั้งได้ ดังนั้น ธนาคารจึงต้องประเมินความเสี่ยง ในการทำธุรกิจกับบัญชีบางประเภท เขตภูมิศาสตร์บางเขต และธุรกรรมบางประเภท
ธนาคารควรทบทวนการทำธุรกรรมทั้งที่ทำครั้งเดียวหรือทำเป็นชุดต่อเนื่องซึ่งมีมูลค่าเกิน กว่าเพดานที่ตั้งไว้สำหรับบริการประเภทนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีเงินฝาก การโอนเงิน ประจำเดือน การทำธุรกรรมด้วยเงินสด การใช้เช็คเดินทาง การใช้ธนาณัติ การใช้เช็คธนาคาร การใช้เช็คของบุคคลที่สาม การใช้เช็คเงินสด การโอนเงินภายใน สถานที่ให้กู้เงิน และการค้าขาย ซึ่งรวมทั้งการซื้อและขายสกุลเงิน สิทธิในการซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์ และโลหะมีค่า
นอกจากนี้ ธนาคารควรจับตาดูเมื่อมีการดำเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้นจนผิดสังเกต บัญชีใดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทำธุรกรรมน่าสงสัย เช่น บัญชีในสถาบันทางการเงิน ที่ไม่ใช่ธนาคาร บัญชีต่างประเทศ บัญชีในบริษัทที่เป็นการลงทุนส่วนตัว บัญชีในธนาคาร ตัวแทน บัญชีที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของหมายศาลหรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นๆ บัญชีของนักการเมือง บัญชีในเขตความดูแลที่มีความเสี่ยงสูงและไม่มีกฎหมายควบคุม การฟอกเงิน ควรอยู่ภายใต้การสอดส่องอย่างใกล้ชิดของธนาคาร ธนาคารควรตั้งเพดาน จำกัดในเรื่องนี้ และปรับเปลี่ยนเพดานดังกล่าวเป็นครั้งครา เพื่อดูว่าเพดานเหล่านี้ ใช้ได้ผลหรือไม่ เมื่อธนาคารตรวจพบว่าอาจมีกิจกรรมที่น่าสงสัยเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ผ่าน การฝึกอบรมมาอย่างดีจะต้องเนินการสอบสวนเพื่อดูว่าการทำธุรกรรมเหล่านั้นเกี่ยวกับธุรกิจถูก กฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีข้อมูลใดที่พิสูจน์ว่ากิจกรรมนั้นๆ เป็นกิจกรรมถูกกฎหมาย ธนาคารมีหน้าที่ต้องทำรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมที่น่าสงสัยนั้น
ขั้นตอนในการฝึกอบรม: ธนาคารควรดำเนินโครงการให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง สำหรับเจ้าหน้าที่ ธนาคาร เพื่อทบทวนความรู้ในเรื่องเทคนิคในการฟอกเงิน ขั้นตอนในการปราบปรามการฟอกเงิน การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ และประเภทของธุรกรรมที่ธนาคารต้องสอบสวน การฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอควรรวมถึงวิธีระบุชี้และติดตามดูกิจกรรมที่ผิดสังเกตหรือน่าสงสัย ธนาคารไม่ควรฝึกอบรมเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับบัญชีเท่านั้น แต่ต้องอบรมพนักงานแผนกอื่นๆ ด้วย พนักงานใหม่ทุกคนควรได้รับแนวทางเกี่ยวกับ ขั้นตอนในการต่อต้านการฟอกเงินด้วย
การตรวจสอบบัญชีและการรับผิดชอบ: ธนาคารควรตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายและขั้นตอนใน การใช้ความระมัดระวังในการปล่อยกู้ของแต่ละแผนกเป็นประจำทุกปี พนักงานแต่ละคนควรได้รับ สำเนาเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนในการต่อต้านการฟอกเงินและลงนามกำกับว่าตนได้อ่านเอกสารเหล่านั้น และเข้าใจและจะปฏิบัติตาม นอกจากนี้ในการประเมินผลการทำงานของพนักงาน ควรพิจารณาว่าพนักงาน ปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการฟอกเงินได้ดีเพียงใด
หน่วยต่อต้านการฟอกเงิน: ธนาคารควรจัดตั้งแผนกที่เป็นอิสระที่ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดีและมีจำนวนเพียงพอเพื่อทำหน้าที่จัดทำนโยบายและขั้นตอนใน การต่อต้านการฟอกเงินของธนาคารและนำนโยบายและขั้นตอนเหล่านั้นมาบังคับใช้ เป็นเรื่องสำคัญ ที่แผนกเหล่านี้ต้องเป็นอิสระจากแผนกที่ทำธุรกิจ โดยบางครั้งอาจเป็นส่วนหนึ่ง ของแผนก ปฏิบัติตาม แผนกควบคุม หรือแผนกกฎหมาย นอกจากการจัดทำและบังคับใช้ ขั้นตอนในการต่อต้าน การฟอกเงินแล้ว หน่วยเหล่านี้ควรสอบสวนการทำธุรกรรมที่ธนาคารขอให้สอบสวนเนื่องจากมีความ น่าสงสัยด้วย เมื่อมีกิจกรรมที่น่าสงสัยเกิดขึ้น ควรแจ้งให้หน่วยต่อต้านการฟอกเงินทราบ เพื่อจะได้มีการทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้
สิ่งที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของโครงการต่อต้านการฟอกเงินก็คือความมุ่งมั่นต่อ วัตถุประสงค์ในการต่อต้านการฟอกเงินของฝ่ายบริหารระดับสูง ซึ่งรวมถึงหัวหน้า คณะผู้บริหาร และคณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงให้เห็นว่าบริษัทธุรกิจเองก็ห่วงใย ชื่อเสียงของตนเท่าๆ กับ ผลกำไรการตลาด และการให้บริการลูกค้า
เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตระหนักว่าไม่มีโครงการต่อต้านการฟอกเงินโครงการใดจะประสบความสำเร็จ ร้อยเปอร์เซ็นต์ นักฟอกเงินใช้เทคนิคที่ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจพบ โดยธนาคาร อย่างไรก็ตาม โครงการเช่นที่อธิบายมาข้างต้นจะช่วยเพิ่มความสามารถของธนาคาร ในการป้องกันและตรวจพบการฟอกเงิน และเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาล ในการป้องกันไม่ให้ ผู้ทำธุรกรรม ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมีโอกาสใช้ธนาคารเป็นเครื่องมือ กล่าวโดยสรุปก็คือ โครงการเช่นนี้ช่วยเพิ่มความสามารถของธนาคาร ในการรักษาชื่อเสียง ของตนในเรื่องความสุจริตและการปฏิบัติที่ปลอดจากความเสี่ยง
ที่มา : http://www.nidambe11.net

ไม่มีความคิดเห็น: