วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

วิกฤติต้มยำกุ้ง อัดฉีด 85,000 ล้านเหรียญ

น่าตกใจครับพี่น้องที่พี่ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาได้ถึงกับร้องโอดโอยกับวิกฤติการเงิน (Money) ที่ถึงจุดตกต่ำสุด ที่ทำให้การเงินทั่วโลก รวมทั้งไทยเราก็ตื่นตัวกันมากกับข่าวด้านการเงิน Money News ในครั้งนี้ ซึ่งมีการวิเคราะห์จากฐานเศรษฐกิจพาดหัวข้อข่าวว่า "เปรียบเทียบมาตรการเยียวยา วิกฤติต้มยำกุ้ง กับ Hamburger Disease เราทำแต่เขาไม่ทำ " มาตรการกอบกู้มหาวิกฤติการเงินของสหรัฐฯ หรือ แฮมเบอร์เกอร์ดีซีส ที่รัฐบาลจอร์จ บุช (จอร์ช ดับเบิลยู.บุช ประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ลำเลียงออกมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้วหลังเสาหลักแห่งโลกการเงินอย่าง เลห์แมน บราเธอร์ส ต้องประกาศล้มละลายตัวเองเมื่อดีล (ข้อตกลง) ดึงบาร์เคลย์แบงก์จากอังกฤษเข้ามาร่วมทุนล้มเหลวเมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนตามข้อเรียกร้องเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมาและบรรษัทประกันข้ามชาติ เอไอจี เกือบจะล้มครืนเพราะพิษซับไพรม์ จนรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าไปอุ้มด้วยการอัดฉีดเงิน 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2.89 ล้านล้านบาท
เอไอจี และเลห์แมน นับเป็นสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่รายที่ 5 และ 6 ที่ถูกพิษซับไพรม์เล่นงานและแนวโน้มว่าอาจจะเกิดโดมิโนทางการเงินลามไปทั้งสหรัฐฯ และข้ามไปยุโรป หากรัฐบาลบุช ไม่สามารถจำกัดขอบเขตความเสียหายได้ ซึ่งหากบานปลายไปถึงขั้นนั้นเศรษฐกิจโลกจึงล่อแหลมอย่างยิ่งที่จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ฉะนั้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลบุช จึงประกาศมาตรการรับมือออกมาชุดใหญ่
ครับได้อ่านบทความแล้วก็รู้สึกเป็นอย่างไรกันบ้างกับสถานการณ์ของสหรัฐฯ หลาย ๆ คนคงต้องคิดกันให้มากถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวของกับประเทศไทยโดยตรง แต่โดยอ้อมนั้นไม่แน่ว่าจะมีผลกระทบด้านการเงินการทองของไทยเพียงไร แต่ขอให้เราอย่าได้ประมาทกับการดำรงชีวิต คงต้องรู้จักประหยัด อดออมในการเงิน (Money) จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ 23-27 ก.ย.51

ไม่มีความคิดเห็น: